เกี่ยวกับองค์กร
ประวัติและความเป็นมา
เกี่ยวกับองค์กร
ประวัติและความเป็นมา
มอเตอร์เวย์ทางหลวงพิเศษ
มอเตอร์เวย์หมายเลข 7 (กรุงเทพฯ-ชลบุรี) ระยะทาง 82 กม. เปิดปี 2541มอเตอร์เวย์หมายเลข 9 (วงแหวนตะวันออก บางปะอิน-บางพลี) ระยะทาง 64 กม. เปิดปี 2542
ทั้งสองเส้นทางมีระบบควบคุมทางเข้า-ออก พร้อมระบบเก็บค่าผ่านทางแบบเปิดและปิดเพื่อการจัดการที่มีประสิทธิภาพ
2541 - 2542
ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หรือ มอเตอร์เวย์
ควบคุมทางเข้า-ออกสมบูรณ์มีรั้วกั้นตลอดแนว
เก็บค่าผ่านทางระบบเปิดด้วยอัตราคงที่
เปิดให้บริการตั้งแต่ปี พ.ศ.2541 และ พ.ศ. 2542 ตามลำดับ โดยมี 2 สายทาง ระยะทาง 156 กิโลเมตร คือ
1. ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 เส้นทางกรุงเทพฯ-ชลบุรี สายใหม่ (มอเตอร์เวย์) ระยะทาง ๘๒ กิโลเมตร เปิดใช้งานเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2541 มีด่านเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง 2 ด่าน คือ ด่านฯ ลาดกระบัง และด่านฯ พานทอง
2. ทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 เส้นทางสายวงแหวนรอบนอกด้านตะวันออก (ตอนบางปะอิน-บางพลี) ระยะทาง 65 กิโลเมตร เปิดใช้งานเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2542 ทั้ง 2 เส้นทาง เป็นทางหลวงพิเศษที่มีการควบคุมทางเข้า – ออก แบบสมบูรณ์ (Full Control of Access) โดยกั้นรั้วถาวรตลอดแนวทาง เป็นทางหลวงที่เก็บ ค่าธรรมเนียมผ่านทางในระบบเปิด ซึ่งในแต่ละด่านเก็บเงินค่าธรรมเนียมผ่านทางด้วยระบบตั๋วในอัตราคงที่ คือ รถยนต์ 4 ล้อ 30 บาท รถยนต์ 6 ล้อ 50 บาท และ รถยนต์มากกว่า 6 ล้อ 70 บาท
ระบบเปิด (Opened System) เป็นระบบที่มีด่านเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง ณ จุดทางเข้าสู่ระบบหรือจะ ตั้งบนทางหลักของทางหลวงพิเศษ (Barrier Type) เป็นช่วงๆ ซึ่งทั้งสองแบบผู้ใช้ทางจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมผ่านทางทุกครั้งที่ผ่านด่านฯ ในอัตราที่กำหนด
ระบบปิด (Closed System) เป็นระบบที่ผู้ใช้ทางต้องรับบัตร (Smart Card) ของทางหลวงพิเศษ และต้องคืนบัตรที่บริเวณทางออกเพื่อจ่ายค่าธรรมเนียมผ่านทางตามระยะทางที่ใช้จริง ซึ่งการดำเนินการในระบบปิดจะต้องมี ด่านเก็บเงินทุกๆ จุดเข้า-ออก ของทุกทางแยกต่างระดับ
ปัจจุบันมีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง บนทางหลวงพิเศษหมายเลข ๙ (บางปะอิน - บางพลี) เป็นระบบเปิด และยังมิได้มิการกำหนดให้ปรับเปลี่ยนเป็นระบบปิด มีจำนวน ๓ ด่าน (ด่านฯ ธัญบุรี, ด่านฯ ทับช้าง๑, ด่านฯ ทับช้าง๒) ซึ่งด่านทับช้าง 2 ได้ดำเนินการก่อสร้างและปรับ ปรุงด่านเก็บเงินทับช้างและ ขยายด่านทับช้าง แล้วเสร็จในปี 2555 และเริ่มจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางตั้งแต่วันที่ 28สิงหาคม ๒๕๕๔ และมีการจัด เก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางบน ทางหลวงพิเศษหมายเลข ๗ (กรุงเทพฯ-ชลบุรี) เป็นระบบปิด มีจำนวน ๕ ด่าน คือ ด่านเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง ๒ ด่าน
กรมทางหลวง ได้ดำเนินการโครงการก่อสร้างด่านเก็บเงินค่าธรรมเนียมผ่านทางถาวรบนทางหลวงพิเศษหมายเลข ๗ แล้วเสร็จเมื่อปี ๒๕๕๖ ประกอบด้วยงานโยธา งานก่อสร้างอาคารศูนย์ควบคุมในพื้นที่ก่อสร้าง 6 แห่ง ได้แก่บริเวณทางแยกต่างระดับลาดกระบัง บริเวณด่านลาดกระบังเดิมบริเวณบางบ่อ (แยกเข้ามาจาก ถ.บางนา-ตราด) บริเวณทางแยกต่างระดับบางปะกง บริเวณทางแยกต่างระดับพานทอง และบริเวณด่านพานทองเดิม
งานระบบจัดเก็บเงินค่าธรรมเนียมผ่านทางและงานระบบอำนวยความปลอดภัยด้านการจราจร ซึ่งในส่วนของงานระบบจัดเก็บฯ จะเป็นการเปลี่ยนแปลงจากระบบเปิด ในปัจจุบันเป็นระบบปิด (Closed System) โดยสมบูรณ์ เป็นครั้งแรกของกรมทางหลวง นอกจากนี้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดเก็บฯ จากการฉีกบัตรจากต้นขั้วในระบบเปิดมาเป็นการจัดเก็บฯ ในระบบปิด การใช้บัตร Smart Card ที่รับจากต้นทางแล้วมาจ่ายเงินที่ปลายทางประกอบด้วย ด่านลาดกระบัง ด่านบางบ่อ ด่านบางปะกง ด่านพนัสนิคมและด่านพานทอง และงานระบบจัดเก็บเงินค่าธรรมเนียมผ่านทาง (Toll Collection System) ประกอบด้วย 2 ระบบหลักได้แก่
• ระบบเก็บเงินค่าธรรมเนียมผ่านทางด้วยบัตร Smart Card ระบบนี้จะใช้พนักงานจ่ายบัตร Smart Card ที่บริเวณด่านเข้า
• จ่ายเงินค่าผ่านทางตามอัตราที่กำหนด เมื่อนำบัตรนี้คืนให้พนักงานที่บริเวณด่านขาออก
2556
กรมทางหลวงได้สร้างด่านเก็บค่าธรรมเนียมถาวร
บนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7
2557
เริ่มทดลองใช้ระบบปิด
บนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7
4 มกราคม 2557 กรมทางหลวงได้เริ่มทดลองใช้ระบบปิด (Close System) บนทางหลวงพิเศษ หมายเลข 7 เป็นการรับบัตรด่านฯ ขาเข้าจ่ายเงินด่านฯ ขาออก โดยจะเปิดใช้งานระบบปิด ในอัตราค่า ธรรมเนียมผ่านทางเดิม เป็นการชั่วคราว เพื่อเป็นการสร้างความคุ้นเคยให้แก่ผู้ใช้ทางและเจ้าหน้าที่ ปฏิบัติงานตามแผนจะใช้เวลา ในการทดลองและประเมินผล 2-3 เดือน เมื่อเปิดใช้งานระบบปิดอย่าง เต็มรูปแบบแล้ว จะเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางตามระยะทางซึ่งกรมทางหลวงจะกำหนดราคา ตามกฎกระทรวง
ระบบเก็บเงินค่าธรรมเนียมผ่านทางอัตโนมัติ (Electronic Toll Collection System หรือ ETC) เป็นระบบ ที่ผู้ใช้ต้องติดเครื่องรับสัญญาณไว้ที่กระจกหน้ารถโดยเมื่อรถวิ่งผ่านด่านฯ อุปกรณ์ที่ช่องทางจะส่งสัญญาณติดต่อ กับเครื่องรับสัญญาณ เพื่อตรวจสอบข้อมูลในบัตร หากถูกต้องคอมพิวเตอร์จะสั่งให้ไม้กั้นช่องทางเปิดให้รถผ่านได้ โดยระบบจะหักค่าผ่านทางในบัตรและแสดงอัตราค่าผ่านทางและยอดเงินคงเหลือ ที่ป้ายราคาประจำช่องเก็บเงิน ให้ทราบ ระบบนี้จะช่วยแก้ปัญหารถติดบริเวณหน้าด่านได้เป็นอย่างดี โดยนำบัตร M-Pass มาให้บริการ เพื่อลดปัญหาการจราจรหนาแน่นหน้าด่านเก็บเงินค่าธรรมเนียมผ่านทางและเสริมสร้างความสะดวก สบายในการเดินทาง ให้กับประชาชน โดยมอบหมายและร่วมมือกับธนาคาร
กรุงไทยในการดูแลผู้ใช้บริการ ทั้งในด้านการกระจายบัตรการเติมเงิน ตรวจสอบดูแลบัญชี และบริหารจัดการธุรกรรมทางด้านการเงินและ เปิดใช้งานเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2558 M-Pass ใช้ได้กับทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9 (ช่วงบางปะอิน - บางนา) และทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 (กรุงเทพ-ชลบุรี)
2558
เปิดใช้ระบบเก็บเงินค่าธรรมเนียม
ผ่านทางอัตโนมัติ
2564
เปิดทดลองวิ่งฟรี ทางหลวงพิเศษหมายเลข 81
สายบางใหญ่-กาญจนบุรี
กรมทางหลางเร่งรัดงานก่อสร้างโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง(มอเตอร์เวย์) สายบางใหญ่-กาญจนบุรีให้แล้วเสร็จสมบูรณ์ตลอดเส้นทางก่อนกำหนดภายในเดือนมีนาคม2568 เพื่อเปิดใช้เส้นทางเป็นของขวัญปีใหม่2568 ให้กับประชาชน นอกจากสนับสนุนให้ประชาชน สร้างประสบการณ์ใหม่ในการเดินทางสะดวกปลอดภัยสู่ภาคตะวันตกของไทยแล้ว ยังสร้างความเจริญให้กับพื้นที่อีกด้วย โครงการฯ มีความคืบหน้าเป็นอย่างมาก งานโยธาแล้วเสร็จกว่า 99% และงานติดตั้งระบบต่างๆ ก็คืบหน้าไปกว่า 66% ดังนั้น เพื่อเป็นการมอบของขวัญปีใหม่ให้แก่คนไทย กรมทางหลวงจึงได้เร่งรัดดำเนินการก่อสร้างงานโยธาในส่วนที่เหลือ ช่วงบางใหญ่ถึงนครปฐม อย่างเต็มที่ ซึ่งตามแผนจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ในเดือนมีนาคม 2568 ให้สามารถเปิดทดลองใช้งานได้ ก่อนกำหนด โดยมั่นใจว่าจะมีความพร้อมสามารถเปิดทดลองให้บริการมอเตอร์เวย์ M81 จากบางใหญ่ - นครปฐม - กาญจนบุรี ตลอดเส้นทาง ทั้ง 2 ทิศทาง รวมระยะทาง 96 กม.

